ถมดินสำหรับ”สร้างบ้าน”อย่างไรให้ไม่ทรุด !

ถมดินสำหรับปลูกบ้านอย่างไรให้ไม่ทรุด !

นำเกร็ดความรู้เรื่องจะเลือกแปลงที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้าน…อย่างไรดี มาวันนี้ ผมขอต่อด้วยการถมดินก่อสร้างบ้านว่ามีความจำเป็นแค่ไหน มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง เพราะว่าไปแล้วการทรุดตัวของดินมักปรากฏให้เห็นและเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ซึ่งการทรุดตัวของดินเกิดหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นดินที่นำมาถมเมื่อถูกขุดและขนย้ายแล้วนำมาถม เนื้อดินจะไม่แน่นมีโพรงอยู่ข้างใน เมื่อถมทิ้งไว้สักหลายๆเดือนดินจะค่อยๆยุบตัวโดยที่โพรงอากาศข้างในจะถูกน้ำหนักดินกดเอาเนื้อดินเข้ามาแทนที่ ทางแก้ ใช้รถแบ็คโฮ รถบรรทุกดินหรือรถแทรกเตอร์ วิ่งบดไปบดมาเป็นชั้นๆละ 30-50 เซนติเมตร จะทำให้โพรงเหล่านี้ยุบลงไปได้มาก หรือหากดินเดิมที่เป็นท้องนาหรือที่ต่ำขังน้ำดินอุ้มน้ำไว้มากจะทรุดตัวมาก ไม่มีทางแก้ครับ ดินจะทรุดไปตามธรรมชาติ แต่ไม่นานอาการนี้จะหยุดไปเอง
เรื่องค่ารับถมดิน เป็นเรื่องที่เจ้าของที่ดินควรศึกษาบ้าง แต่ราคากลาง หรือ ราคาทั่วไปนั้นจะไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่สิ่งที่เราสามารถรู้และศึกษาได้เกี่ยวกับการคิดค่าถมดินคือ การวัดพื้นที่บางรายอาจจะกะประมานจาการมองขนาดที่ดินแล้วคิดเป็นคันรถ บางรายคิดเป็นคิว ซึ่งส่วนใหญ่จะเหมารวมค่าบดอัด ซึ่งอันนี้ผู้จ้างต้องเปรียบเทียบและคำนวณว่าอย่างไหนจะถูกกว่ากัน โดยต้องตรวจสอบจากขนาดพื้นที่ คือ ต้องแปลงขนาดหรือหน่วยที่ดินจากตารางวาให้เป็นตารางเมตร สูตรคำนวณคือใช้ 4 เป็นตัวคูณกับตาราวา ก็จะออกมาเป็นตารางเมตร เช่น ที่ดิน 50 ตารางวา คูณ 4 เท่ากับ 200 ตารางเมตร หลังจากนั้นก็มาดูความสูงเช่นถมสูง 1 เมตร สูตรคำนวณก็จะเท่ากับ 1 x 200 = 200 คิว และให้เผื่อการบดอัดประมาณ 20-30% บวกเข้าไปก็จะเป็นปริมาณดินที่ต้องการใช้ ทีนี้เราก็มาดูว่าราคาที่ผู้รับเหมาถมที่แจ้งมา ระหว่างคิดเป็นรถ (ต้องทราบด้วยว่า1 คันรถขนได้กี่คิว) กับราคาคิดเป็นคิวอันไหนจะถูกกว่ากันถูกหรือแพงจะขึ้นอยู่กับขนาดที่ดิน และสภาพที่ดินเดิมมาต้องสอบถามกับผู้รับเหมาให้แน่นอนว่าใช้ดินแบบไหนมาถมให้เรา และ เหมาะกับพื้นที่หรือเปล่า เพราะการถมดินไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว
ถมดินก่อสร้างบ้านหรือถมทีหลังดี การถมดินก่อนสร้างบ้านเครื่องจักรจะทำงานได้ง่ายอีกทั้งดินที่ถมทิ้งไว้จะยุบตัวไปบางส่วนขณะทำการก่อสร้างเมื่อท่านสร้างบ้านเสร็จแล้วค่อยปรับระดับหน้าดินและบดอัดดินทำถนนอีกครั้งดินจะยุบตัวอีก
หลังจากนั้นไม่มาก การถมดินภายหลังการก่อสร้างจะประหยัดค่าดินถม แต่ต้องมั่นใจว่าระดับดินใต้บ้านไม่ต่ำกว่าระดับดินรอบๆบ้านหรือถนนสาธารณะ เพื่อป้องกันการเกิดดินไหล และระดับน้ำขังใต้บ้าน
ถ้าถมเพื่อปลูกสร้างบ้านธรรมดาและต้องการปลูกต้นไม้ให้เป็นร่มเงาด้วย แนะนำให้ถมดินธรรมดา ส่วนเรื่องระยะเวลาในการรอดินเซ็ทตัวนั้นขึ้นอยู่กับระดับความสูงของพื้นดิน ถ้าสูงไม่มากไม่ต้องรอเป็น ปีๆเหมือนสมัยก่อน แค่สัก 2-3 เดือนก็เริ่มนำเครื่องไม้เครื่องมือมาทำการก่อสร้างได้เลยครับ

500-เลือกแบบแปลนบ้านอย่างไร

จะเลือกแปลงที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้าน…อย่างไรดี ?

“บ้าน” เป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญ แล้วช่วงชีวิตหนึ่งคงไม่ได้มีบ้านกันได้หลายครั้งหลายหน เพราะกว่าจะเก็บหอมรอบริบได้ก็ต้องใช้เวลามากทีเดียว ดังนั้น ถ้ามีโอกาสก็อยากจะได้บ้านที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน
ปัจจุบันทางเลือกในการมีบ้านนั้นค่อนข้างเปิดกว้าง ทั้งการเลือกซื้อบ้านในโครงการจัดสรร, บ้านมือสองที่ประกาศขายทั่วไป หรือปลูกสร้างเองตามความต้องการก็ย่อมได้
วันนี้มีคำแนะนำในการเลือกแปลงที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านมาฝากกัน แต่ก่อนจะไปถึงขั้นตอนดังกล่าว เรามาทำความรู้จักกับข้อกำหนด กฎหมายที่เกี่ยวกับการก่อสร้างบ้านในเบื้องต้นดังนี้
ในกรณีที่เป็นบ้านขนาดเล็ก พื้นที่ใช้สอยรวมกันทั้งหลังไม่เกิน 150 ตารางเมตร ไม่ต้องมีสถาปนิกหรือวิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง แต่ถ้าเป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันตั้งแต่ 150 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องมีสถาปนิกควบคุมงานก่อสร้าง และยิ่งถ้าเป็นบ้านที่มีความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ก็จะต้องมีวิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับระยะห่างของสิ่งปลูกสร้างกับที่ดินข้างเคียง โดยบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร สามารถสร้างผนังด้านที่ไม่มีช่องเปิด(ผนังทึบ) ห่างจากเขตที่ดินข้างเคียงได้ในระยะห่างที่ต้องไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร แต่ถ้าหากระยะห่างน้อยกว่าที่กำหนด จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของที่ดินด้านนั้นด้วย
ส่วนการเลือกทำเลของแปลงที่ดิน หลักๆเลย ควรเป็นทำเลที่มีการเดินทางสะดวก หรือมีระบบขนส่งมวลชนหลากหลายทางเลือก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญต่อการใช้ชีวิต เช่น ร้านค้า-ตลาดสด, สถานพยาบาล, สถานศึกษา, สถานีตำรวจ ฯลฯ และมีระบบสาธารณูปโภค-สาธารณูปการพร้อม ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ต(ซึ่งกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนยุคนี้ไปแล้ว) แต่ทำเลที่ควรหลีกเลี่ยง คือ
• ที่ดินบนทางสามแพร่ง เพราะเป็นทำเลอัปมงคล ตามความเชื่อทั้งของไทยและจีน
• ใกล้แนวสายไฟแรงสูงพาดผ่าน
• ที่ดินที่ได้มีการขุดหน้าดินไป ทำให้มีระดับต่ำ เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมได้
• อยู่ใกล้มลภาวะทางเสียง เช่น แนวขึ้นลงของเครื่องบิน หรือใกล้ทางรถไฟ
• อยู่ใกล้มลภาวะทางกลิ่น เช่น กองขยะ, แหล่งกำจัดขยะมูลฝอย, โรงงานที่มีกลิ่นรบกวน
• ที่ดินที่ตั้งอยู่บริเวณทางโค้ง ซึ่งอันตรายเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
นอกจากนี้ ตามความเชื่อของไทย ที่ว่าที่ดินสามารถให้คุณหรือให้โทษกับผู้อยู่อาศัยได้ ถ้าเลือกทำเลที่ดีและถูกโฉลก ก็จะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่ถ้าเลือกไม่ดี ก็อาจจะส่งผลทำให้อยู่ไม่เป็นสุข หรือเจ็บไข้ได้ป่วยได้
หวังว่าข้อมูลข้างต้นนี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับนำไปเป็นข้อคิดและพิจารณาในการเลือกแปลงที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้าน เพื่อให้ฝันของทุกๆคนกลายเป็นจริงขึ้นมาได้
อย่าลืมนะครับ ทุกครั้งที่จะปลูกสร้างบ้านอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบหรือข้อกำหนดของเทศบัญญัติด้วย …
สำหรับใครที่จะสร้างบ้านในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถตรวจสอบเทศบัญญัติของแต่ละเขตได้ ที่ องค์การบริหารส่วนตำบล-เทศบาลนคร-เทศบาลเมือง ของแต่ละพื้นที่ได้เลยนะครับ

สร้างบ้าน ด้วยหลังคา เมเทิลชีท บุฉนวน PU โฟม

ปิดข้อด้อยของ เมเทิลชีทเสียงดัง และความร้อนใต้หลังคา ด้ … Read more สร้างบ้าน ด้วยหลังคา เมเทิลชีท บุฉนวน PU โฟม

ลงเสาเอก สร้างบ้าน คลองยา บ้านนาเดิม สุราษ

ลงเสาเอก สร้างบ้าน คลองยา บ้านนาเดิม สุราษ

คิดจะเป็นฟูจิ อย่าสนใจ ซูชิ คำละ 5 บาท

คิดจะเป็นฟูจิ อย่าสนใจ ซูชิ คำละ 5 บาท   KFCไม่เคยออกมา … Read more คิดจะเป็นฟูจิ อย่าสนใจ ซูชิ คำละ 5 บาท

063- ความคุมกำลังอัดคอนกรีต โดยการบ่ม

บริษัทรับสร้างบ้านในสุราษฎร์ธานี ที่สุดของคุณภาพ ในราคาที่คุณสัมผัสได้

เพื่อควบคุมให้การบ่มคอนกรีต มีความสม่ำเสมอ ตลอดช่วงเวลา … Read more 063- ความคุมกำลังอัดคอนกรีต โดยการบ่ม

045-ตึกที่สูงสง่า ยืนอยู่ได้เพราะฐานที่มั่นคง

ตึกที่สูงสง่า ยืนอยู่ได้เพราะฐานที่มั่นคง ในฐานะผู้บริห … Read more 045-ตึกที่สูงสง่า ยืนอยู่ได้เพราะฐานที่มั่นคง

038-รู้หรือมั๊ย สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอยู่ 22 จังหวัด

รู้หรือมั๊ย สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอยู่ 22 จังหวัด

016-ภาพเขียน

ใช้หมึกชนิดเดียวกัน…บนผ้าใบแบบเดียวกัน…แต่มูลค่าต่างกัน…เพราะการจัดวางตำแหน่งสีเส้นสายที่ต่างกัน….บ้านก็เหมือนกัน…จะสร้างมูลค่าเพิ่มจากอิฐหินปูนทรายได้มากแค่ไหน..ขึ้นอยู่..ใครออกแบบ..ใครสร้าง..

014-สิงโตกับเสือ

กรุณาอ่านเพื่อทัศนคติที่ดี…

สิงโตกับเสือสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย สุดท้ายทั้งสองต่างเพลี้ยงพล้ำให้แก่กัน ก่อนที่สิงโตจะสิ้นใจ ได้กล่าวกับเสือว่า
“หากท่านไม่คิดฮุบอาณาจักรของข้า เราก็คงไม่ต้องจบชีวิตกันเยี่ยงนี้!”
เสือได้ฟังก็รู้สึกตกใจ

013-“ยกยอ”

ดังนั้นเมื่อ คำเยินยอ สรรเสริญ มันหาได้ยาก มันจึงมีค่ามากสำหรับมนุษย์ คำเยินยอปอปั้นเปรียบดั่งน้ำทิพย์ชโลมจิตใจของมนุษย์ ใครที่ได้ยินคำดังกล่าวมักจะมีความสุขไปกับคำเหล่านั้น
บางครั้งคำกล่าวสรรเสริญต่างๆ อาจจะมาจะใครคนนั้น ที่เป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะได้รับ หรือบางครั้งก็มาจากการเสแสร้ง เพื่อหวังประโยชน์อะไรบางอย่างจากผู้ที่กล่าวคำเหล่านั้นออกไป
ผู้ใดก็ตามที่ได้รับคำกล่าวชม ยกย่อง ว่าเป็นคนเก่ง เป็นคนดี เป็นคนมีความสามารถ อะไรต่างๆนาๆเหล่านี้ ถ้าคุณไม่สามารถบริหารจัดการจิตใฝ่ต่ำซึ่งเป็นธรรมชาติที่ติดตัวมากับมนุษย์ได้นั้น คำพูดสวยหรูที่คุณได้รับมันจะกลับมาทำร้ายคุณได้ เพราะอะไรนะหรือ เพราะคำกล่าวยกย่อง เยินยอ มันจำทำให้คุณคิดว่าคุณวิเศษกว่ามนุษย์คนอื่น ทำให้คุณคิดว่าคุณเก่งกว่าคนอื่น ทำให้คุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันถูกต้องทั้งหมด เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีความคิดอย่างนี้แสดงได้ว่า จิตใฝ่ต่ำของคุณมาทำงานได้ดีกว่าจิตใฝ่สูง