CONSTRUCTION MANAGEMENT( ทบทวนความรู้ )

CONSTRUCTION MANAGEMENT(ทบทวนความรู้)

บทบาทของการจัดการงานก่อสร้าง
ธุรกิจก่อสร้างเป็นปัจจัยพื้นฐานอย่างหนึ่งในระบบเศษฐกิจ ในธุรกิจก่อสร้างจึงบุคคลหลายๆ ฝ่ายรวมกันเป็นหน่วยก่อสร้าง 1 หน่วย เริ่มตั้งแต่เจ้าของโครงการ (เจ้าของเงินทุน) สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา ซึ่งบุคคลเหล่านี้เราสามารถพบเห็นได้บ่อยในหน่วยก่อสร้างทั่วๆ ไป ในการทำงานคงหนีไม่พ้นในเรื่องของปัญหาเพราะยิ่งคนมากเท่าไหร่ปัญหาที่เกิดก็ยิ่งมากไปด้วย เพราะฉะนั้นการประสานงานในหน่วยงานยิ่งมีประสิทธิภาพเท่าไหร่หน่วยงานก่อสร้างนั้นๆ ก็จะมีปัญหาน้อยลงตามไปด้วย
CM ในประเทศไทย
การจัดการงานก่อสร้าง มีบทบาทอย่างมากในระบบงานก่อสร้างในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งดูจากหลักสูตรการเรียนการสอนที่เปิด ผู้ที่เป็น CM (Construction Management) จะมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มคิดโครงการก่อสร้างจนสิ้นสุดโครงการส่วนในประเทศไทยนั้นผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานและบริหารจัดการงานก่อสร้างจะเป็นวิศวกรเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้ววิศวกรไม่ได้มีพื้นฐานในการบริหารมากนักเพราะวิศวกรศึกษาเน้นถึงการคำนวณโครงสร้างของอาคารไม่ได้มุ้งเน้นไปบริหารและควบคุมวัตถุดิบของงานก่อสร้าง
เป้าหมายของการจัดการงานก่อสร้าง
เป้าหมายของการจัดการงานก่อสร้างคือ การควบคุมต้นทุนในการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็น เงินทุน แรงงาน วัสดุอุปกรณ์รวมถึงเวลา ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ องค์ประกอบของการจัดการงานก่อสร้างประกอบไปด้วยวิศวกรรมศาสตร์ (โครงสร้าง) สถาปัตยกรรม (การอ่านแบบและเขียนแบบ) บริหารธุรกิจ (การบริหารทรัพยากรด้านต่างๆ) และศิลปกรรม (บริหารคนรวมถึงการติดต่อสื่อสารและสิ่งแวดล้อม) พื้นฐานองค์ประกอบเหล่านี้รวมกันแล้วทำให้ “การจัดการงานก่อสร้าง” มีความเหมาะสมในการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
—————————————————————————
งานและความสามารถของ CM
– ด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง
– การเลือกใช้วัสดุ และการตรวจสอบวัสดุ
– ด้านเทคโนโลยีโครงสร้างอาคาร งานระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
– ด้านระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับวิชาการจัดการงานก่อสร้าง
– ด้านเทคโนโลยีการบริหารโครงการ
– ด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง
ในปัจจุบันไม่ใช่เฉพาะงานก่อสร้างเท่านั้นที่ผู้ที่จบการจัดการงานก่อสร้างสามารถทำได้ แต่สามารถไปบริหารจัดการงานอย่างอื่นได้อีกมากมาย
—————————————————————————
การจัดการงานก่อสร้าง เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานก่อสร้าง ซึ่งงานก่อสร้าง ประกอบด้วยทรัพยากร ๔ ประเภท คือ คน เงิน วัสดุ และเครื่องจักร ผสมผสานกัน จนโครงการสำเร็จ โดยใช้วิธีปฏิบัติและการจัดการ
ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า การบริหารงานก่อสร้าง ประกอบด้วย
๑ คน
๒ เงิน
๓ วัสดุ
๔ เครื่องจักร
๕ วิธีปฏิบัติ และ
๖ การจัดการ
images (2)
หลักสำคัญของการจัดการ คือการนำทรัพยากรที่มีอยู่ คือ คน เงิน วัสดุ และเครื่องจักร มาดำเนินการให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายตามต้องการโดยเลือกวิธีปฏิบัติและการจัดการ
กระบวนการจัดการงานก่อสร้าง แบ่งได้เป็น ๔ ขั้นตอน คือ การวางแผนงาน การจัดระบบงาน การอำนวยการและดำเนินงาน และการควบคุมผลงาน๑ การวางแผนงาน คือการตัดสินใจล่วงหน้า เพื่อกำหนดว่า จะทำอะไร อย่างไร เมื่อไร และใครเป็นผู้กระทำ การ วางแผน เป็นการเชื่อมต่อปัจจุบันกับสิ่งที่ต้องการในอนาคต
—————————————————————————
๒ การจัดระบบงาน คือการวางระบบงาน หรือจัดระเบียบในหน่วยงาน เพื่อดำเนินการให้เกิดผลงาน ตามที่วางแผนไว้โดยรวมกลุ่มงานที่เหมือนกัน เข้าด้วยกันและมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบโครงสร้างของหน่วยงานที่ชัดเจนและเหมาะสม จะคล่องตัวในการทำงาน

๓ การอำนวยการและดำเนินงาน คือการปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดสิ่งที่สำคัญคือ ระบบการสื่อสารที่ดี สะดวกและรวดเร็วเพื่อให้การประสานงานและการทำงาน ในระหว่างผู้ร่วมงาน เป็นทิศทางเดียวกัน ผู้จัดการหรือผู้บริหาร ต้องเป็นผู้นำที่ดี สามารถแนะนำและโน้มน้าวให้ผู้ร่วมงาน ปฏบัติงานด้วยความสามัคคีเพื่อประสิทธิภาพและความสำเร็จของงาน

๔ การควบคุมผลงาน คือการควบคุมงานให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้โดยการตรวจสอบผลงานที่ทำได้เทียบกับแผนงานที่กำหนดอาจมีการแก้ไขงานที่เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานและแผนงาน

————————————————————————–

เทคนิคการตรวจงานก่อสร้างอาคาร1
หลักการพื้นฐานในการบริหารงานก่อสร้าง
เป้าหมายของการบริหารงานก่อสร้าง คือ

ดำเนินงานก่อสร้างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
งานมีความถูกต้องตามรูปแบบรายการ ตรงตามหลักวิชาการมีความแข็งแรงปลอดภัย
ควบคุมการใช้ทรัพยากรและเวลาอย่างเหมาะสมและประหยัด
การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะต้องมีหลักการพื้นฐานในการบริหารงานก่อสร้างซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอน โดยต้องลงมือทำและแก้ไขไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
—————————————————————————
การวางแผนงาน คือ
การกำหนดแนวทางในการดำเนินงานหรือปฏิบัติงานให้สอดคล้องและตรงกับเป้าหมายของงานที่จะ ทำเพื่อให้ผู้ปฏิบัติทราบล่วงหน้าว่าจะทำอะไรอย่างไร เมื่อไร
การ คาดการณ์ถึงความต้องการทรัพยากรด้านกำลังคน วัสดุ อุปกรณ์และวางแผนให้การใช้ทรัพยากรเหล่านี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยอาศัยสถิติและข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาใช้ในการวางแผนงานให้ใช้งานได้ตามความเป็นจริงและอย่างได้ผล
ผู้วางแผนงานจะต้องเข้าใจถึงเป้าหมายของงานอย่างแจ่มแจ้ง จึงควรเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้เป็นเวลานานพอสมควร ในขั้นตอนนี้ควรวางแผนและจัดระบบงานของโครงการแล้วแยกย่อยเป็นแผนงานราย 3 เดือน แผนงานรายเดือน หรือรายสัปดาห์ต่อไป เพื่อให้งานสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด
—————————————————————————
2. การปฏิบัติงาน คือ การลงมือปฏิบัติตามแผนงานที่วางเอาไว้จึงถือว่าเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งของงานก่อสร้างที่มีความสำคัญ เพราะถ้าเกิดความผิดพลาดอาจมีผลกระทบต่อขั้นตอนอื่น ทำให้งานทั้งโครงการต้องล่าช้าซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายและเวลาที่เพิ่มขึ้น ในขั้นนี้จึงต้องมีการบันทึกข้อมูลของการทำงานไว้ทุกขั้นตอนในรูปของรายงานประจำวัน รายงานประจำสัปดาห์และรายงานประจำเดือน นอกจากจะให้ผู้เกี่ยวข้องได้เห็นความก้าวหน้าของงานแล้ว ก็เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลงานเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาในขณะปฏิบัติงานจะต้องมีการตรวจสอบการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจากรูปแบบรายการ อันเป็นเหตุให้อาคารขาดความแข็งแรงปลอดภัย
—————————————————————————
3. การประเมินผล คือ การพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้จากการทำงานจริงกับแผนงานที่วางไว้ว่าได้งานตามกำหนดเวลาหรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามแผนงาน เช่น เกิดความล่าช้าก็ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้น และรวบรวมข้อมูลเพื่อสรุปหาแนว ทางแก้ไขและนำไปปรับปรุงแผนงาน ตัวอย่าง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์คนงานส่วนใหญ่กลับภูมิลำเนาเดิม ทำให้งานในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดการหยุดชะงักก็อาจหาวิธีแก้ปัญหาด้วยการเร่งรัดการทำงานโดยเพิ่มเวลาทำงานในแต่ละวันเพิ่มจำนวนแรง งาน ใช้เครื่องทุ่นแรงเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว เป็นต้น เมื่อ ปรับปรุงแผนใหม่แล้วก็นำไปปฏิบัติและประเมินผลใหม่ ถ้าพบว่ายัง ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือแผนที่วางไว้ก็นำผลการประเมินไปปรับปรุงแผนนำไปสู่การปฏิบัติต่อไปเป็นขั้นตอนตามแผนภูมิที่แสดง ไว้ข้างต้น

Leave a Comment